ผุดโครงการเรือโดยสารพัทยา-หัวหิน
(3 ก.ย.55) นายณัฐ จับไจ รองอธิบดีกรมเจ้าท่า รศ.ดร.จักรกฤษณ์ ดวงพัสตรา ผู้อำนวยการสำนักวิจัย ศูนย์อาเซียนศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะหัวหน้าคณะวิจัยโครงการศึกษาความเป็นไปได้เบื้องต้นของการพัฒนาการขนส่งผู้โดยสารและสินค้าทางน้ำโดยเรือเฟอรรี่ในเส้นทางระหว่างพัทยา ชะอำ และหัวหิน เป็นประธานประชุมรับฟังความคิดเห็นกลุ่มนักธุรกิจการท่องเที่ยวในพัทยาตามโครงการศึกษาเรือโดยสารและขนส่งสินค้าเส้นทางพัทยา ชะอำ และหัวหิน
นายณัฐ จับไจ กล่าวว่า โครงการขนส่งผู้โดยสารและสินค้าทางน้ำโดยเรือเฟอรรี่ในเส้นทางระหว่างพัทยา ชะอำ และหัวหิน เป็นหนึ่งในแผนนโยบายของรัฐบาลในการเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยว 2 ล้านล้านบาท ภายในปี 2558 จึงให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นผู้ศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการดังกล่าวในครั้งนี้จึงเป็นการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชน นักธุรกิจ และหน่วยงานรัฐในเมืองพัทยาถึงความคุ้มค่า ความเหมาะสม ในเบื้องต้นเท่านั้นซึ่งยังมีการศึกษาด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อมและอื่นๆ อีกมาก
รศ.ดร.จักรกฤษณ์ ดวงพัสตรา กล่าวว่า โครงการเรือโดยสารและขนส่งพัทยา-หัวหิน เป็นการพัฒนาการขนส่งทางน้ำเพิ่มเส้นทางในการขนส่ง ส่งเสริมการท่องเที่ยว และลดระยะเวลาการเดินทาง ถึง 2 ชั่วโมง การเดินทางด้วยรถยนต์จากพัทยาไปหัวหินทั้งสิ้น 370 กิโลเมตร ใช้เวลา 5.30 ชั่วโมง ส่วนทางทะเล 113 กิโลเมตร ใช้เวลา 3.30 ชั่วโมง ซึ่งปัจจุบันบริษัท Thai Living ได้ให้บริการในเส้นทางนี้ประเภทเช่าเหมาลำ
เรือที่ได้ศึกษาไว้มีหลายรูปแบบอาทิ Catamaran เป็นเรือเฟอรรี่ความเร็วสูงสามารถนำมาใช้ในการขนส่งผู้โดยสารและสินค้าได้ ซึ่งเป็นที่นิยมในปัจจุบันสามารถบรรทุกผู้โดยสารได้ 1,500 คน และรถได้ 375 คัน โดยตั้งราคาไว้ที่ 500 บาทต่อเที่ยวเพื่อให้เกิดความน่าสนใจและราคาใกล้เคียงกับรถสาธารณะ ทั้งนี้ต้องศึกษาตลาดความคุ้มทุน และคุ้มค่า
ด้านนายสนิท บุญมาฉาย สมาชิกสภาเมืองพัทยา ประธานชมรมเรือท่องเที่ยวเมืองพัทยา กล่าวว่า โครงการนี้เป็นโครงการที่ดีแต่มองว่าไม่คุ้มทุนเพราะเรือที่นำมาใช้ต้องมีความปลอดภัยสูงซึ่งราคาไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท และช่วงมรสุมมีคลื่นลมแรงยังเป็นอุปสรรค อีกทั้งยังมีปัญหาด้านท่าเทียบเรือที่ต้องใช้น้ำลึกแต่พัทยาเป็นท่าเรือน้ำตื้น
ส่วน นางสาวบุณฑริก กุศลวิทย์ นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันออก ให้ความเห็นว่า ต้องเจาะกลุ่มลูกค้าให้ชัดเจนและเรือต้องมีความน่าสนใจ มีกิจกรรมบนเรือเป็นหนึ่งในสินค้าท่องเที่ยว และต้องทำแผนการท่องเที่ยวร่วมกับอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
อย่างไรก็ตามสำหรับการรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้อยู่ในการศึกษาเบื้องต้นเท่านั้นซึ่งทีมคณะวิจัยจะรับฟังความคิดเห็นกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ก่อนนำมาสรุปผลซึ่งยังไม่ชัดเจนว่าโครงการนี้จะเกิดขึ้นหรือไม่






