โลมาเปิดตัว “โค้ชหนุ่ย” คุมทีมเลกสองอย่างเป็นทางการ
(22 มิ.ย.54) ได้ฤกษ์เปิดตัวอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว สำหรับเก้าอี้กุนซือรายใหม่ ของทัพ “โลมาฟ้าขาว” พัทยา ยูไนเต็ด โดยฝ่ายบริหารไฟเขียวให้ใช้บริการของ “โค้ชหนุ่ย” เฉลิมวุฒิ สง่าพล อดีตนักเตะทีมชาติไทยเจ้าของฉายา “มิดฟิลด์เท้าชั่งทอง"และอดีตกุนซือเยาวชน 19 ปี ทีมชาติไทย โดยมีการเปิดตัว ณ สนามเทศบาลเมืองหนองปรือ จ.ชลบุรี
หลังจากผ่านมาครึ่งฤดูกาล พัทยายูไนเต็ดต้องร่วงลงไปถึงอันดับที่ 14 ของตารางเป็นครั้งแรกหลังจากที่ก้าวเลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นไทยลีกเป็น ฤดูกาลที่ 4 โดยแข่งไป 17 นัด มีเพียง 18 คะแนนเท่านั้น จนทำให้ “โค้ชจุ่น” จตุพร ประมลบาล อดีตกุนซือฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ที่เข้ามาคุมทีมในเลกแรกนั้นต้องแสดงสปิริต ไขก๊อกลาออกก่อนที่จะจบเลกแรกเพียงสองเกม
สำหรับการแนะนำตัวกุนซือรายใหม่นี้ ได้รับเกียรติจากนายอิทธิพล คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยาและที่ปรึกษาของสโมสรพัทยายูไนเต็ด ที่เข้ามากล่าวต้อนรับโค้ชคนใหม่ของทีมด้วยตนเอง ท่ามกลางสื่อมวลชนและผู้ใหญ่ในสโมสรที่มาให้การต้อนรับด้วยเช่นเดียวกัน ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นไปอย่างเรียบง่าย นอกจากนี้นายอิทธิพล คุณปลื้ม ยังมีการมอบผ้าพันคอ และเสื้อของสโมสรเพื่อเป็นหลักฐานว่าแสดงว่า นับแต่นี้ไป “โค้ชหนุ่ย” เฉลิมวุฒิ สง่าพล จะเข้ามาคุมทัพโลมาเต็มตัว
โดยนายอิทธิพล กล่าวว่า “ทางสโมสรพัทยายูไนเต็ด ได้มีการเตรียมความพร้อมและได้มีการปรับปรุงทีมเพื่อที่จะเข้าสู่การต่อสู้ในเลกที่สอง ของไทยพรีเมียร์ลีก โดยเฉพาะการที่ทีมได้ โค้ชหนุ่ย เฉลิมวุฒิ สง่าพล เข้ามาคุมทีมในเลกที่สองนั้น จะได้มีการสร้างผลงานให้อันดับขยับสูงขึ้น และเข้ามาพัฒนาทีมให้ดียิ่งขึ้นไปอีก ซึ่งในส่วนของตัวผู้เล่นนั้น ตนจะให้สิทธิ์แก่โค้ชเต็มที่ ตามโควต้าที่ทาง ทีพีแอล กำหนดมา สำหรับนักเตะที่มีอาการบาดเจ็บก็อาจจะต้องระงับการส่งชื่อในเลกที่สอง เพื่อเปิดโอกาสให้นักเตะรายใหม่ได้เข้ามาสู่ทีม”
ทางด้าน “โค้ชหนุ่ย” กุนซือป้ายแดงโลมา กล่าวว่า สำหรับของการเข้ามารับงานเป็นผู้ฝึกสอนในครั้งนี้ ตนได้มีการพูดคุยกับ ที่ปรึกษาสโมสร มาโดยตลอด โดยตนอยากที่จะเข้ามาช่วยเพิ่มเติมผลักดัน ทีมให้ไปสู่เป้าหมายที่ต้องการ ซึ่งตนยอมรับว่าเป็นงานที่หนัก แต่ก็จะทำให้ได้ การเข้ามาครั้งนี้คงจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้มาก แต่จะเข้ามาเพิ่มเติมหาจุดบกพร่องของทีมที่จะทำการแก้ไขต่อไป ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องได้รับความร่วมมือจากทั้งนักเตะ ผู้บริหารและสต๊าฟโค้ช โดยเฉพาะอย่างยิ่งแฟนคลับพัทยายูไนเต็ด ที่ตนได้สัมผัสมา ถือว่าเป็นแฟนคลับที่น่ารัก และเหนียวแน่นมาก ตนจึงของฝากเนื้อฝากตัว ในการที่จะเข้ามาเริ่มในการพัฒนาทั้งระดับเยาชน และทีมชุดใหญ่เพื่อให้สู่เป้าหมายต่อไป



