Homefacebook RSS

พรรคพลังชลชูนโยบายไทยสมดุล 6 ด้าน

วิสิทธิ ปิ่นพาวงศ์ pattaya times 27.06.2011 03:34
ทีมผู้สมัครจากพรรคพลังชล นำโดย นางสติล คุณปลื้ม ผู้ก่อตั้งพรรค และ รศ.ดร.เชาว์ มณีวงษ์ อดีตอธิการบดี ม.บูรพา

ทีมผู้สมัครจากพรรคพลังชล นำโดย นางสติล คุณปลื้ม ผู้ก่อตั้งพรรค และ รศ.ดร.เชาว์ มณีวงษ์ อดีตอธิการบดี ม.บูรพา


พรรคพลังชล พรรคของคนชลบุรีชู “นโยบาย..ไทยสมดุล เราร่วมคิด เราร่วมทำ” 6 ด้าน พัฒนาจังหวัดชลบุรี และประเทศไทย ด้วยประสบการณ์ของผู้สมัคร นำโดย นายสนธยา คุณปลื้ม อดีตรัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา คนที่1 และ นายสันตศักย์ จรูญ งามพิเชษฐ์ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ



                เริ่มต้นนโยบายที่ 1 ด้านบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ

โครงการชลประทานชุมชน โดยคนในชุมชน เพื่อชุมชน ไร่นา สวนเกษตรมีน้ำใช้ทั้งปี  ทั่วไทย, ปลูกป่า สร้างโครงข่าย เชื่อมโยงแหล่งน้ำ เต็มพื้นที่ทั่วประเทศ, แก้น้ำแล้ง รับน้ำหลากระบายน้ำท่วม.. ขยาย น้ำกิน น้ำใช้ ไปยัง ไร่นาสวนเกษตร อุตสาหกรรมท่องเที่ยว และธุรกิจ ครัวเรือน ทุกหยด เท่าเทียม ทั้งปี ทั่วไทย และ น้ำดื่มสะอาดชุมชน  โดยคนในชุมชน เพื่อชุมชน

นโยบายที่ 2.ด้านการท่องเที่ยว กีฬา และวัฒนธรรม ท่องเที่ยวดี บริการดี มีรายได้

เปิดแคมเปญ สวรรค์แห่งเอเชีย  ทวงคืนอันดับหนึ่งการท่องเที่ยวอาเซียน จัดมหกรรมระดับโลก พุ่งเป้านำเงินเข้าประเทศ 1 ล้านล้านบาทอย่างทั่วถึง, เป็นเสน่ห์แห่งตำนาน ธรรมชาติ สุขภาพและนครแห่งการประชุมและจัดนิทรรศการ (MICE), เนรมิตแหล่งท่องเที่ยวเก่า-ใหม่ น้ำ ไฟ ความปลอดภัย บริการทั่วถึงดึงนักท่องเที่ยวเกรดเอ, ทำการตลาดแนวใหม่จับมืออาชีพระดับโลกเจาะทุกกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างประเทศ, ประเทศมีรายได้..เราทุกคนมีรายได้ทั่วถึง, ผลักดัน ก่อกำเนิด มหาวิทยาลัยท่องเที่ยวนานาชาติ, เรียนไป ทำงานไป ตำแหน่งก้าวไกลทำงานที่ไหนๆ ก็ได้เงินเดือนดี, กีฬาเด่น สังคมดี  ครอบครัวมีสุข สร้างสังคมกีฬา พัฒนาสู่อาชีพนำไทยพรีเมียร์ลีก ชลบุรี เอฟซี เป็นตัวอย่างความสำเร็จจากการเล่นกีฬา, ผลักดัน ก่อกำนิด มหาวิทยาลัยกีฬานานาชาติ, เรียนไป เล่นกีฬาไป อนาคตก้าวไกล มีรายได้ดี, แหล่งทุนพัฒนาอุตสาหกรรมกีฬา, ขับเคลื่อนการกีฬาให้เติบโต เจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคง, 818 สร้างโจ๋สู่แชมป์  โครงการแคมป์ออฟแชมป์เปี้ยนเร่งผลิตนักกีฬา อายุ 8 ปี 18 ปี 1.5 แสนคนจาก 2,000 โรงเรียนต่อปี

นโยบายที่ 3 ด้านสังคม การศึกษา สาธารณสุข และคุณภาพชีวิต เรียนดี สุขภาพดี ชีวิตปลอดภัย ปลอดยาเสพติด

“ทัพประชา 2554” ไทยทุกคนพร้อมใจกัน ยกระดับความปลอดภัยทั้งในและนอกบ้าน 24 ชม. บูรณาการทั้งประเทศ, สร้างมาตรฐาน...โดยรัฐ สร้างระบบป้องกันและช่วยเหลือ..ด้วยเทคโนโลยีเต็มพื้นที่ สร้างชุมชนปลอดภัย..ด้วยแผนและชุมชนรวมศูนย์ปฏิบัติการ ในแต่ละอำเภอสร้างแผนงานร่วมกันป้องกัน เฝ้าระวัง และปราบปราม อาชญากรรม ยาเสพติด ป้องกันและควบคุมโรค อุบัติภัย สนธิกำลังระดับชุมชน ตำบล อำเภอ และจังหวัด รัฐ ตำรวจ ทหาร สถานพยาบาล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อปพร. ชรบ. อาสาสมัคร โดยประชาชนมีส่วนร่วมสำคัญในการดูแลชุมชนและสังคม (ไม่ตั้งหน่วยงานใหม่)

Call Center Hotline 24 ชม. รายการวิทยุร่วมกับคลื่นชุมชน เพิ่ม CCTV สายตรวจ-ตู้ฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ปุ่มแจ้งเหตุภัยคุกคามฉุกเฉิน (S.O.S.)และระบบเตือนภัยพิบัติทางธรรมชาติ ตามพื้นที่เสี่ยงภัยทุกอำเภอ ปรับปรุงกฎหมายให้ประชาอาสา เป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานอย่างถูกกฎหมาย ผลักดันให้มีเงินเดือน ด้านยาเสพติดสกัดเส้นทางลำเลียงทั่วตะเข็บชายแดนยึดทรัพย์ผู้ค้าและผู้เกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาด

นโยบายที่ 4 ด้านเศรษฐกิจไทยสมดุล พลังชล พลังไทย พร้อมใจ ก้าวสู่เศรษฐกิจโลกยุคใหม่

ประเทศไทยเป็นของทุกคนที่ต้องร่วมมือกัน วินาทีสำคัญของความมั่นคงทางเศรษฐกิจ...สู่คลื่นเศรษฐกิจลูกใหม่.....ที่รอไม่ได้

สร้างนิคมเศรษฐกิจพิเศษชายแดนไทย  8  แห่ง แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ รวยกระจุก จนกระจายกระตุ้นการลงทุน สร้างรายได้กระจายสู่ชุมชนโกยรายได้เข้าประเทศ, สร้างศูนย์รวมการตลาดและฐานการผลิตร่วมการจ้างงานการเข้า-ส่งออก วัตถุดิบ สินค้าและการบริการสู้ผู้บริโภค 600 ล้านคน ภายในปี 2558 และกว่า 3,200 ล้านาคน ในอนาคต, ลดความขัดแย้งบริเวณชายแดน, ลดปัญหาแรงงานต่างด้าว, สร้างเมืองเศรษฐกิจพิเศษเพื่อธุรกิจและการลงทุนแห่งอาเซียน (ABIC:ASEAN BUSINESS AND INVETMENT CITY)

ศูนย์กลางสำนักงานบริการภาครัฐและเอกชนกิจกรรมและการติดต่อธุรกิจ จับกลุ่มคู่ค้าและการร่วมทุนการออกแบบและวิจัย การประกอบธุรกิจ การลงทุน การแสดงสินค้าและผลิตภัณฑ์การซื้อขาย แลกเปลี่ยนสินค้า ศูนย์การเรียนรู้ ฝึกอบรมและพัฒนาทักษะฝีมือการจ้างงาน สำหรับผู้ประกอบการไทยและอาเซียน, ศูนย์แสดงสินค้า บริการ วัตถุดิบและผลิตภัณฑ์จากชุมชน(OTOP) วิสาหกิจชุมชนและ SME ถาวรระดับอาเซียน(ASEAN  Permanent  Trade Center), ศูนย์นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการออกแบบจัดทำต้นแบบการทดสอบและการผลิต, ศูนย์บริการบรรจุภัณฑ์ บริการคลังสินค้าทัณฑ์บนและวัตถุดิบ การขนส่งและพิธีการทางศุลกากร, ศูนย์กลางตลาดเสรีในด้านสินค้า บริการ การลงทุนแรงงานฝีมือและเงินทุน, จัดตั้งศูนย์บริการข้อมูลการค้าประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน-โลก (AEC World Gateway) ศูนย์กลางเชื่อมต่อเศรษฐกิจโลก

นโยบายที่ 5 ด้านโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค

น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี โลจิสติกส์ล้ำหน้า พัฒนาการค้าไทยสู่สากล, กองทุนโครงสร้างพื้นฐานไทย (Thailand’s lnfrastructure  fund), ระดมทุนไทย เทคโนโลยีไทยลงทุนพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานโดยคนไทย กิจการและรายได้เป็นของคนไทย, เร่งสร้างโครงข่ายคมนาคมและขนส่งสินค้า, เร่งสร้างโครงข่ายศูนย์กลางโลจิสติกส์ ลุ่มน้ำโขง-อาเซียนเชื่อมโยง 6 ประเทศ (GMS ASEAN GATEWAY), ศูนย์จัดเก็บและกระจายสินค้า ถนน ระบบรางและท่าเรือเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยง 6 ประเทศลุ่มน้ำโขง(GMS-ASEAN GATEWAY) เพื่อสนับสนุนการขนถ่ายค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้าวัตถุดิบ เชื้อเพลิงและสินค้าภาคเกษตรอุตสาหกรรมสู่ตลาดโลก

รถไฟฟ้าคู่แหลมฉบัง-สัตหีบ-อู่ตะเภา-ระยอง  และขยายเส้นทางรถไฟจากระยอง-จันทบุรี-ตราด  (ชายแดนไทย กัมพูชา), ขับเคลื่อนพัทยาเป็นศูนย์กลางเจรจาการค้าอาเซียนและศูนย์กลางท่องเที่ยวอาเซียน ขยายสนามบินอู่ตะเภา-พัทยา เพื่อเป็นประตูสู่การเดินทางท่องเที่ยวภูมิภาคและสนับสนุนสัตหีบเป็นศูนย์โลจิสติกส์ร่วมทางอากาศทางน้ำ ทางถนนและทางรางของภูมิภาค, เร่งสร้างท่าเรือเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าและเดินทางท่องเที่ยวทางน้ำ จากอ่าวไทยฝั่งตะวันออก ตราด จันทบุรี ระยอง สัตหีบ พัทยา และศรีราชา เชื่อมต่ออ่าวไทยฝั่งตะวันตก ชะอำ หัวหิน ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี และสงขลา

เพิ่มระยะทางขนส่งทั่วประเทศ  ปรับขนาดรางรถไฟให้เชื่อต่อนานาประเทศ, ระบบสาธารณูปโภคมาตรฐานทั่วถึงทุกชุมชน, ไฟฟ้า น้ำประปาทั่วถึง, เพิ่มไฟแสงสว่างในพื้นที่เสี่ยงภัย, ถนนคอนกรีตทั่วถึงทุกชุมชน, ขุกลอกคู  คลอง  ท่อระบายน้ำ, ระบบจัดการขยะชุมชนไร้มลพิษ

นโยบายที่ 6 ด้านเกษตรกรรม อุตสาหกรรมและสิ่งแวดล้อม เกษตรกรรมดี อุตสาหกรรมดี สิ่งแวดล้อมดี คุณภาพชีวิตที่ดี

ตีแตกงานวิจัย  สร้างมูลค่าพืชผลเกษตร โดยรวมกลุ่มตั้งองค์กรร่วมทุนวิสาหกิจการเกษตร  ลงทุนเมล็ดพืชพันธ์  เพาะปลูกถูกวิธี  ถูกฤดู  ใส่ปุ๋ย  ให้ยา  เก็บเกี่ยวถูกต้องลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มผลผลิตต่อไร่  สร้างความมั่นคง  เกษตรกรไทย

อุตสาหกรรมไทย  เอสเอ็มอีไทยต้องมีทิศทางก้าวไกลสู่เศรษฐกิจโลกยุคใหม่เพิ่มสัดส่วน  GDP  ของ  SME  เป็น  50%, หนุนจัดตั้ง  สมาพันธ์เอสเอ็มอี  เพื่อความพร้อมยกระดับสู่  สภาเอสเอ็มอีแห่งประเทศไทย

ภาคอุสาหกรรมไทย, สนับสนุนรัฐวิสาหกิจและเอกชนไทยลงทุนในต่างประเทศ, ส่งเสริมอุตสาหกรรมต้นน้ำเพื่อการผลิต, ผลักดันอุตสาหกรรมคลื่นลูกใหม่  เช่น  ผลิตภัณฑ์ชีวภาพ  อิเล็กทรอนิกส์ทางการเกษตร, สนับสนุนการย้ายฐานอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานในการผลิตสู่นิคมเศรษฐกิจพิเศษการค้าชายแดน,ส่งเสริมความร่วมมือด้านการลงทุนระหว่างประเทศ,ส่งเสริม  เทรนด์อุตสาหกรรมใหม่ใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีสะอาดมุ่งสู่การผลิตสีเขียว  สินค้าสีเขียว  พลังงานเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ภาคเอสเอ็มอีไทย, ตีแตก  1  แสนเอสเอ็มอีที่ชุมชน  ส่งออกสินค้า  OTOP  ไทย  ต่อยอด  1  แสนล้านบาท,สนับสนุนแหล่งเงินและการลงทุนที่ยืดหยุ่นพร้อมรองรับการขยายธุรกิจส่งออก  สู่ตลาดการค้าเสรี, ส่งเสริมด้านการวิจัย  พัฒนาและสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญา, ลดภาษีนิติบุคคล  SME  เหลือ  25%, ส่งเสริมการลงทุน  (BOI)  เพื่อการส่งออกสินค้า  SME และ นโยบายการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน  (Public  Private  Partnership  หรือ  PPP)  ด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ที่ยืดหยุ่นและรวดเร็วขึ้น

เพิ่มพื้นที่สีเขียวในชุมชน  4  ตร.ม./คน ด้วยหาดสวย  น้ำใส  ปลอดภัย  คืนให้ธรรมชาติชายฝั่งทะเลไทย  (Good  Beach), คืนพื้นที่ชาดหาด, สร้างระบบป้องกันผลกระทบสิ่งแวดล้อม, ปลูกป่าชายเลน และ อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล

                สำหรับผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 ได้แก่นายสันตศักย์ จรูญ งามพิเชษฐ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กับประสบการณ์ทางการเมืองมากกว่า 40 ปี เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 2 สมัย ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และที่ปรึกษาอีกหลายหน่วยงานในวงการการเมือง

                ลำดับที่ 2 นายอดิศักดิ์ เบ็ญจศิริวรรณ วิถีแห่งกีฬา อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยว และกีฬา สมัยสนธยา คุณปลื้ม ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยว และกีฬา สมัยนายสุวิทย์ ยอดมณี ผู้จัดการทีมฟุตซอลชาติไทย ผู้จัดการทีมฟุตบอลชายหาด และ ผู้จัดการทีมยอดเยี่ยม

                ลำดับที่ 3 สุระ เตชะทัต พัฒนาคุณภาพชีวิตและสังคม อดีตที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ เด็ก เยาวชน สตรีและผู้สูงอายุ สภาผู้แทนราษฎร ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้านสังคม การศึกษา วัฒนธรรมและสาธารณสุข และที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร

                ลำดับที่ 4 รศ. เชาวน์ มณีวงษ์ เรือจ้างแห่งการศึกษา เริ่มต้นด้วยการเป็นอาจารย์ ประจำวิทยาลัยวิชาการศึกษา บางแสน ก่อนผลักดันให้เป็นมหาวิทยาบูรพา และถือเป็นอธิการบดีคนแรกของมหาวิทยาลัย

                ลำดับที่ 5 น.พ.จรุง อุคพัชญ์สกุล ผู้ผลักดันโรงพยาบาลคุณภาพ อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา ผลักดันให้โรงพยาบาลแห่งนี้ก้าวสู้มาตรฐานจนได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 49 โรงพยาบาลทั่วประเทศที่มีการพัฒนาดีเด่น นอกจากนี้ด้านสังคมยังได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการเจ้าหน้าที่สภากาชาดไทย กรรมการแพทย์ถวายการดูแลรักษา พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ

                ลำดับที่ 6  นายนิรันดร์ วัฒนศาสตร์สาธร สายเลือดพัฒนาท้องถิ่น  อดีตนายกเมืองพัทยา ผู้พัฒนาเมืองพัทยาอย่างก้าวกระโดด นำเงิน นำงาน และรายได้สู่ประเทศและประชาชน

                ลำดับที่ 7 นายปิลันธน์ดิลก จิตรธรรม บุรุษรักษากฎหมาย อดีตทนายความและที่ปรึกษากฎหมาย อดีตประธานสภาทนายความประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี อดีตกรรมการในคณะกรรมการกลั่นกรองกฎหมายแห่งสภาทนายความ และอดีต กรรมการในคณะกรรมการกฎหมายและกิจการรัฐสภา พรรคชาติไทย

                ลำดับที่ 8 ผศ.ดร.ธัชชัย ชื่นชม ฟันเฟื่องขับเคลื่อนประเทศ ดีกรีปริญญาเอก (เกียรตินิยม) Design and Manufacturing Automation (Robotics), The University of Michigan (Ann Arbor), USA อดีตผู้อำนวยการโครงการปรับปรุงเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อการบริหารจัดการน้ำสูญเสีย ด้วยระบบควบคุมระยะไกล (SCADA) การประปานครหลวง ที่ปรึกษาโครงการระบบสารสนเทศ เพื่อการบริหารจัดการขนส่งสินค้า ITX-FZ สนามบินสุวรรณภูมิ การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย

                ลำดับที่ 9 นายศักดิ์สิทธิ์ โพธิสิทธิ์ ปริญญาโท การพัฒนาความสัมพันธ์และกิจกรรมระหว่างประเทศ(ด้านเศรษฐกิจ) Ohio University,Athers,Ohio.USA ที่ปรึกษาคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรบางละมุง และ คณะกรรมการยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวเมืองพัทยา

                ลำดับที่ 10 นายเฉลิม อุดมศิลป์ อาจารย์ประจำวิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ผู้ผลักดันวิทยาลัยให้ก้าวสู่มาตรฐาน ผลักดันนักเรียนร่วมแข่งขันด้านเทคโนโลยีในเวทีนานาชาติ

                ลำดับที่ 11 นายธนเทพ หงษ์สายพิน ปริญญาตรี ศิลปศาสตร์บัณฑิต (รัฐศาสตร์) มหาวิทยาลัยรามคำแหงระดับปริญญาโท รัฐประศาสนศาสตร์มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยบูรพา นักธุรกิจของชลบุรีกับความรู้ด้านสถาปัตยกรรมและผังเมือง

                ลำดับที่ 12 นายธนพนธ์ วิสาสุวงศ์ บนเส้นทางการเมืองท้องถิ่น ผู้ช่วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร จังหวัดชลบุรี เลขานุการนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองแสนสุข

                ลำดับที่ 13 นายชัยพจน์ จำเริญนิติพงศ์ อดีตผู้ช่วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรี นายสุรสิทธิ นิติวุฒิวรรักษ์ และผู้ปฏิบัติงานสมาชิกวุฒิสภา นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง

                ลำดับที่ 14 นายชลภูมิ พุทธา อดีตผู้จัดการบริษัทฟีบัส แอดเวอร์ไทซิ่ง จำกัด อดีตกรรมการผู้จัดการ บจก. บอสเวลล์ ครีเอชั่น แอนด์แอดเวอร์ไทซิ่ง และกรรมการหุ้นส่วนผู้จัดการ หจก. ครีเอทีฟบอลส์

                ลำดับที่ 15 นายเฉลิมชัย กังสนันท์ อดีตผู้ช่วยผู้ดำเนินงานสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปี 2549 เป็นผู้ช่วยผู้ดำเนินงานสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

                ลำดับที่ 16 นายสมศักดิ์ อัครโยธินกุล คณะผู้ก่อตั้งพุทธสมาคมเพียวเยี้ยงไท้ ศรีราชา สมาคมและมูลนิธิเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น ผู้ประสานงานสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี

                ลำดับที่ 17 นางสาววันเพ็ญ เตียวลักษณ์ ผู้เชี่ยวชาญสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรี นายอัมรินทร์ ตั้งประกอบ ปี 2548

                ลำดับที่ 18 นายอภิชาติ สัจจะโชคธรรม เลขานุการส่วนตัวและที่ปรึกษานายอิทธิพล คุณปลื้ม ปฏิบัติงานพัฒนายุทธศาสตร์และติดตามนโยบายพิเศษ

                ส่วนผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตจังหวัดชลบุรี เขตเลือกตั้งที่ 1 นายสุชาติ ชมกลิ่น อดีตสมาชิกสภาเทศบาลเมืองแสนสุข สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี และ เลขานุการ องค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี ปี 2551

                เขตเลือกตั้งที่ 2 นายอุกฤษณ์ ตั๊นสวัสดิ์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองชลบุรี สมัยที่ 1 วันที่ 6 มกราคม 2543-22 กันยายน 2546 สมัยที่ 2 วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2547-30 มกราคม 2550

                เขตเลือกตั้งที่ 3 นายรณเทพ อนุวัฒน์ อดีตประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี อดีตรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี อดีตอาจารย์พิเศษ มหาวิทยาลัยบูรพา วิชากฎหมายพื้นฐานของ คณะรัฐศาสตร์

                เขตเลือกตั้งที่ 4 นายสัมฤทธิ์ พงษ์วิรัตน์ ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี ที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี ผู้เชี่ยวชาญประจำตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นายอิทธิพล คุณปลื้ม

                เขตเลือกตั้งที่ 5 นายพันธุ์ศักดิ์ เกตุวัตถา อดีตนายกเทศบาลตำบลบางพระ เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี ผู้ก่อตั้งสโมสรฟุตบอลพัทยา ยูไนเต็ด

                เขตเลือกตั้งที่ 6 นางสุกุมล นายปลื้ม ภรรยานายสนธยา คุณปลื้ม สตรีผู้ทำงานเพื่อสังคมและช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส คณะกรรมการสมาชิกชมรมสตรีแสนสุข

                เขตเลือกตั้งที่ 7 นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ อดีตสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี ที่ปรึกษาผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง รศ.ดร.กิตติ ลิ่มสกุล ปี พ.ศ. 2546 2547 และ ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

                เขตเลือกตั้งที่ 8 น.อ.วิโรจน์ วังแก้วหิรัญ หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษ กองเรือภาคที่ 2 พ.ศ. 2538 จ.สงขลา ครูฝึกโรงเรียนสงครามพิเศษทางเรือ พ.ศ. 2540 หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ จ.ชลบุรี หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ จ.ชลบุรี

                อย่างไรก็ดีนอกจากนี้พรรคพลังชลยังส่งผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตอีก 3 คน 3 จังหวัด ประกอบด้วย นายจักรพงศ์ ชื่นดวง เขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดแม่ฮ่องสอน นายวีระ นามพระจันทร์ เขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดจันทบุรี และ นายสุรัตน์ แนวสุข เขตเลือกตั้งที่ 3 จังหวัดปราจีนบุรี            


พรรคพลังชลชูนโยบายไทยสมดุล 6 ด้าน - พลังชล - เลือกตั้ง - ปรเมศวร์

พรรคพลังชลชูนโยบายไทยสมดุล 6 ด้าน - พลังชล - เลือกตั้ง - ปรเมศวร์
พรรคพลังชลชูนโยบายไทยสมดุล 6 ด้าน - พลังชล - เลือกตั้ง - ปรเมศวร์
พรรคพลังชลชูนโยบายไทยสมดุล 6 ด้าน - พลังชล - เลือกตั้ง - ปรเมศวร์
พรรคพลังชลชูนโยบายไทยสมดุล 6 ด้าน - พลังชล - เลือกตั้ง - ปรเมศวร์


Add your comment
  Anonymous comment
Nickname:
Password:
  Remember me on this computer

Title:
Send me by email any answer to my comment
Send me by email every new comment to this article