ครูซ พร้อมลุย
เปิดตัวอย่างเป็นทางการเป็นที่เรียบร้อยหลังจากปล่อยให้รอยลโฉมกันอยู่พักใหญ่กับเชฟโรเลต ครูซ ที่ทางเชฟโรเลตหมายมั่นจะมาลุยตลาดรถยนต์นั่งขนาดกลางที่มีคู่แข่งสำคัญในตลาดนี้ทั้งโตโยต้า อัลติส และฮอนด้า ซีวิค
โดยในงานเปิดตัว นายมาร์ติน แอพเฟล ประธานกรรมการ ประจำประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท เจนเนอรัลมอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท เชฟโรเลต เซลส์(ประเทศไทย)จำกัด กล่าวว่า บริษัทมีความมั่นใจว่า ครูซ จะได้รับการตอบรับที่ดี เพราะเป็นรถที่มีจุดเด่นหลายประการทั้งการออกแบบรวมไปถึง อุปกรณ์มาตราฐานที่ครบครัน การมาของ ครูซ มาจากการที่เป็นรถที่ได้รับความนิยมทั่วโลก ปัจจุบันมียอดขายรวมแล้วกว่า 3.5 แสนคันอีกทั้งยังมีแผนการเสริมตลาดสินค้าใหม่ๆอย่างต่อเนื่องในปีหน้า โดยตัว ครูซ ปีหน้าตั้งเป้าการผลิตไว้ที่ 1.1 หมื่นคันและเป็นการผลิตเพื่อรองรับตลาดในประเทศเท่านั้นส่วนตลาดตลาดส่งออกยังอยู่ในช่วงการศึกษา
เชฟโรเลต ครูซ ออกแบบภายนอกโดดเด่นด้วยกระจังหน้าขนาดใหญ่แบบแยกส่วนสองชั้น กรอบไฟหน้าขนาดใหญ่ดูดุดัน ด้านข้างของตัวรถเด่นด้วยการเดินเส้นที่มีความเป็นเหลี่ยมคมอย่างชัดเจนยาวตลอดคันช่วยให้รถดูโฉบเฉี่ยว มือจับประตูเป็นโครเมียมให้ความรู้สึกหรูหรา ตัวถังมีขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับรถในพิกัดเดียวกัน ด้วยความยาว 4600 มม. กว้าง 1790 มม. และสูง 1475 มม. และฐานล้อกว้าง 2685 มม.
ภายในห้องโดยสารออกแบบภายใต้แนวคิด “ดูอัล ค็อกพิท” เน้นความสมดุลของดีไซน์และอุปกรณ์อำนวยความสะดวก บนแผงคอนโซลกลาง แบบทูโทน สีดำสลับสีน้ำตาลส้ม เป็นหนังตัดกับอะลูมิเนียมทั้งคอนโซลกลางและแผงข้างประตูและหน้าจอแสดงข้อมูลผู้ขับขี่
เครื่องยนต์มีให้เลือกทั้งแบบเบนซินและดีเซลโดย ในรุ่นสูงสุดเป็นเครื่องยนต์ คอมมอนเรล ดีเซล เทอร์โบแปรผันแบบ 4 สูบแถวเรียง 16 วาล์ว ขนาด 2.0 ลิตรพร้อมระบบควบคุมการฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงและลดมลพิษ ให้กำลังสูงสุดที่ 150 แรงม้ากับแรงบิดที่ 320 นิวตันเมตร
ในส่วนของเครื่องยนต์เบนซินรุ่นท็อปเป็นเครื่อง 1.8 เป็นแบบเบนซิน 4สูบแถวเรียงพร้อมระบบวาล์วคู่แปรผันต่อเนื่องช่วยควบคุมวาล์วไอดีและไอเสียให้ปรับรอบตามเครื่องยนต์กำลังสูงสุดอยู่ที่ 141 แรงม้าสูงที่สุดในรถระดับเดียวกันและแรงบิดสูงสุดที่ 177 นิวตันเมตร
อีกรุ่นเป็นเครื่องเบนซินแบบ 4 สูบแถวเรียงขนาด 1.6 ลิตรมาพร้อมระบบปรับระยะท่อไอดีแบบแปรผัน เน้นสมรรถนะ ประหยัด และ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้กำลังสูงสุดที่ 109 แรงม้า แรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 150 นิวตันเมตร
ระบบช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบอิสระ แม็กเฟอร์สันสตรัต คอยล์สปริง โช้กอัพแก็สและเหล็กกันโคลง ด้านหลังเป็นคานแบบทอร์ชันบีม และโช้กอัพแก็ส เบรคเป็นดิสก์เบรกทั้ง 4 ล้อล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้วในตัวท็อปและขนาด16 นิ้วในรุ่นรอง
เกียร์เป็นแบบอัตโนมัติ 6 สปีด และ”ไดร์เวอร์ ชิฟต์ คอนโทรล ทำงานคู่กับระบบควบคุมแบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ทำให้อัตราเร่งในช่วงความเร็วต่ำทำได้เป็นอย่างดี และช่วยในการเร่งแซงอย่างมั่นใจในช่วงความเร็วสูง อีกทั้งยังควบคุมรอบเครื่องยนต์ให้อยู่ในรอบต่ำ ช่วยในการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง นอกจากนี้ ยังมีเกียร์ธรรมดา 5 สปีด ในรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน
ในด้านของเทคโนโลยีอำนวยความสะดวก มีอุปกรณ์มาให้อย่างเต็มที่ ทั้งปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ระบบการเข้าห้องโดยสารด้วยรีโมท ระบบควบคุมความเร็วอัติโนมัติ ระบบปัดน้ำฝนอัติโนมัติ เปิดปิดไฟหน้าอัติโนมัติ และไฟนำทางที่จะส่องสว่างชั่วขณะเมื่อดับเครื่องยนต์ เพื่อความปลอดภัยในยามค่ำคืน
ในส่วนของระบบความปลอดภัยมั่นใจได้ด้วยถุงลมนิรภัยคู่หน้า และด้านข้างในรุ่นสูงสุด ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ระบบป้องกันล้อล็อก ระบบกระจายแรงเบรค ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และกุญแจนิรภัย โครงสร้างตัวถังเป็นเหล็กทนแรงอัดสูง รวมทั้งคานกันกระแทกด้านข้าง เป็นอุปกรณ์มาตรฐานที่ให้มา
เชฟโรเลต ครูซ ทำราคาจำหน่ายตั้งแต่ 7.29 แสนบาท จนถึง 1.149 ล้านบาท โดยมี 6 สีให้เลือก คือ ขาว ดำ เทา เงิน แดง ฟ้า ลูกค้าสามารถสัมผัสและทดลองขับ เชฟโรเลต ครูซ พร้อมร่วมกิจกรรมต่างๆ ได้ที่บูธ เชฟโรเลตภายในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป วันที่ 1-12 ธันวาคมนี้ จากนั้นจะเริ่มต้นที่ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ



