ไทย-เขมร วาง 4 แนวทางร่วมพัฒนาประเทศ
พล.อ.เตีย บันห์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกัมพูชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวในงานแถลงข่าวผลการเจรจาคณะกรรมการชายแดนทั่วไป ไทย-กัมพูชา (นัดพิเศษ) : The General Border Committee Meeting (Special Session) THAILAND-CAMBODIA หรือ GBC ที่ โรงแรมดุสิตธานี พัทยา ว่า การเจรจาของ 2 ประเทศครั้งนี้เพื่อทำความเข้าใจและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีทางการทหารร่วมกันซึ่ง ทุกอย่างผ่านพ้นไปได้ด้วยดี กองทัพไทยและกัมพูชายังมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ส่วนสาระสำคัญของการเจรจาร่วมกันในวันนี้สามารถสรุปได้ 4 แนวทางคือ

1. กองทัพของทั้ง 2 ประเทศ ทั้งทางบกและน่านน้ำจะมีการทำงานร่วมกันด้วยสันติวิธีโดยอาศัยเครื่องมือการ สื่อสารที่รวดเร็วที่สุดเพื่อประสานงานในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ร่วมกัน
2. กองทัพของทั้ง 2 ประเทศจะมีการอำนวยความสะดวกซึ่งกันและกันด้านการค้าชายแดน รวมถึงเรื่องการเดินทางไปท่องเที่ยวระหว่าง 2 ประเทศ
3. กองทัพของทั้ง 2 ประเทศจะดำรงความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน โดยคำนึงถึงกฎหมายระหว่างประเทศเพื่อให้ความสัมพันธ์มีความแนบแน่นมากยิ่ง ขึ้น และ
4. กองทัพของทั้ง 2 ประเทศจะร่วมกันสนับสนุนกลไกระหว่างประเทศทุกระดับ โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือประชาชนของไทยและกัมพูชาโดยเฉพาะบริเวณชายแดน ต้องอยู่ร่วมกันได้อย่างปลอดภัย อยู่กันอย่างสงบ และมีมิตรภาพที่ดีต่อกันเพื่อความยั่งยืนของทั้ง 2 ประเทศต่อไป

ต่อข้อซักถามของสื่อมวลชนกรณีวิศวกรไทยถูกจับกุมตัวในประเทศกัมพูชา พล.อ.เตีย บัญ ระบุว่า เรื่องดังกล่าวนั้นไม่ได้เป็นปัญหาทางการเมืองอย่างที่เข้าใจกัน และไม่ใช่หน้าที่ของทหาร เพราะทุกอย่างจะดำเนินไปตามขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรม ทุกอย่างเป็นไปตามกรอบของกฎหมาย ขอให้มีความมั่นใจได้ว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย ส่วนความขัดแย้งฝั่งชายแดนบริเวณปราสาทเขาพระวิหารนั้นก็มีทหารประจำพื้นที่ คอยติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และในระดับแม่ทัพนั้นก็มีการพูดคุยในเรื่องการมอบนโยบายไปสู่ชั้นปฏิบัติอย่างต่อเนื่องเช่นกัน





